เมื่อผู้ใหญ่เปิดเทอม หมดเวลาทำงานที่บ้าน เริ่มต้นแบบไหนดีนะ


จิราพัชร นิลแย้ม
นักจิตวิทยาคลินิก โรงพยาบาลมนารมย์

จากวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทำให้มีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อให้เราป้องกันตัวเองด้วยการอยู่บ้านกัน และหนึ่งในมาตรการยอดฮิตที่บริษัทหลายๆ แห่งนิยมใช้กันก็คือ ให้ Work from home แต่เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลง สถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น ทั้งพนักงานและบริษัทต่างๆ ก็ต้องปรับตัวกันอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับมาทำงานตามปกติเหมือนที่เคยเป็น


ฟังดูแล้วก็ไม่น่าจะยากตรงไหน อารมณ์เดียวกับการเปิดเทอมใหม่ ก็ทำเหมือนที่เคยทำสิ แต่สำหรับบางคน ต้องปรับทั้งตัว ปรับทั้งใจ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน หรือทำอะไรก่อนอะไรหลังดี ทั้งที่งานก็เป็นงานที่เคยทำอยู่แล้ว


ดังนั้น ถ้าเรารู้จักจัดลำดับและแบ่งประเภทงานได้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป นักจิตวิทยามีเทคนิคง่ายๆ มาฝากกัน อย่างแรกเลยให้เราทำตารางขึ้นมาเป็นหน้าต่างแบบนี้ เพื่อแบ่งประเภทงาน


การปรับตัวทำงาน

จะเห็นได้ว่าจากหน้าต่างนี้เราจะจัดประเภทงานได้ 4 แบบ ดังนี้
1. งานสำคัญ เร่งด่วน งานประเภทนี้เป็นงานที่ต้องทำทันที มีกำหนดส่งแน่นอน ถ้าไม่ทำจะส่งผลเสีย หรือทำให้ตัวเราวิกฤติหรือเกิดปัญหาได้
2. งานสำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน งานประเภทนี้เป็นงานที่อยู่ตามแผนงาน มักเป็นงานที่ต้องทำเพื่อให้เกิดตามเป้าหมาย งานพวกนี้มักเป็นแผนในระยะยาว ดังนั้นเราทำให้เสร็จตามแผนที่วางไว้เพื่อไม่ให้งานประเภทนี้กลายเป็นงานเร่งด่วน
3. งานไม่สำคัญ แต่เร่งด่วน งานประเภทนี้เป็นงานที่เราไม่คาดคิดมาก่อน เป็นงานที่ไม่ใช่หน้าที่หลักหรือที่เรารับผิดชอบโดยตรง แต่มีคนขอให้เราช่วยทำ งานประเภทนี้เราควรทำให้น้อยลง แต่ถ้าจำเป็นต้องทำจริงๆ ให้ยึดแผนงานที่เรากำหนดไว้เป็นหลักก่อนแล้วค่อยปรับตามความเหมาะสมหรือกระจายงานให้คนอื่นมีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้งานสำเร็จโดยเร็วและทำได้ตามแผนที่วางไว้
4. งานไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วน งานประเภทนี้มักเป็นงานที่รอได้ ไม่มีสาระสำคัญอะไร ยังไม่ต้องรีบทำ เช่น โทรศัพท์คุยเล่น งานจุกจิกทั่วไป จะทำหรือไม่ทำก็ได้


เมื่อเราจัดประเภทงานได้แล้ว บางคนอาจยังลำดับไม่ถูก จึงขอแนะนำตารางอีกหนึ่งแบบ โดยให้เราลองกำหนดคะแนนของแต่ละงานตามความสำคัญและเร่งด่วน เพื่อช่วยให้เรานำงานที่จัดประเภทไว้มาจัดลำดับได้ว่าอะไรสำคัญมากน้อย และอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำภายหลัง


การปรับตัวทำงาน

หากลองทำตามเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้นนี้ก็จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ใครชอบตารางแบบไหนก็ลองเลือกนำไปปรับใช้กันตามความชอบได้เลย


เห็นได้ว่าเมื่อเรามีวิธีในการเตรียมตัวเรื่องงานกันแล้ว บางคนก็คงพร้อมเริ่มทำงานกันแล้ว แต่บางคนอาจยังรู้สึกไม่พร้อมหรือไม่เต็มที่ในการทำงานอยู่ดี เพราะยังทำใจหรือปรับใจไม่ได้ ดังนั้นการเตรียมใจหรือปรับใจให้พร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้เราพร้อมทำงานและรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาได้ดีมากขึ้น ซึ่งนักจิตวิทยาก็มีวิธีสำหรับการเตรียมใจ ดังนี้


1. ตั้งสติ เพราะการมีสติสามารถช่วยให้เรามีวิธีตอบสนองกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีมากขึ้น
2. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แค่ทำมันให้ดีที่สุดก็พอ ทำในสิ่งที่ทำได้ เพราะเราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้ แต่เราสามารถควบคุมวิธีการตอบสนองหรือวิธีการรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้
3. วันนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะอดีตผ่านมาแล้ว อนาคตยังมาไม่ถึง การไปวนเวียนคิดถึงสิ่งเหล่านั้นมากไปมีแต่เสียเวลาและกังวลมากขึ้น เพียงแค่ใส่ใจอยู่กับสิ่งที่เราต้องทำในปัจจุบันก็เพียงพอแล้ว
4. ทุกอย่างบนโลกไม่มีอะไรแน่นอน แม้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราก็ยังสามารถทำสิ่งต่างๆ ให้เดินหน้าต่อไปได้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลย
5. รู้จักเรียนรู้ ยอมรับ และเข้าใจ ปล่อยอะไรก็ตามที่เคยผิดพลาดออกไป แล้วจับความถูกต้องเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือปัญหาอะไรก็ตาม เราจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้


เพียงเท่านี้ ก็น่าจะช่วยให้ผู้ใหญ่หลายๆ คนที่เพิ่งเปิดเทอมใหม่ปรับทั้งตัว ปรับทั้งใจ ทำงานได้ง่ายขึ้นและเต็มประสิทธิภาพได้เหมือนเดิม




  • ค้นหาแพทย์และนักบำบัด
  • โทรนัดหมายแพทย์
  • ติดต่อสอบถาม