เตรียมข้อมูลสำหรับผู้ป่วยใหม่
ศิลปะบำบัด

ศิลปะบำบัด คือ การนำศิลปะมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ศิลปะบำบัดบางแนวทางมุ่งเน้นให้ผู้รับการบำบัดแสดงออกผ่านสื่อศิลปะอย่างสร้างสรรค์ บางแนวทางนำความรู้ทางด้านจิตวิทยาเข้ามาผสมผสาน บางแนวทางใช้การวิเคราะห์สิ่งที่ปรากฎในภาพของผู้รับการบำบัดร่วมด้วย

ทั้งนี้ ศิลปะบำบัดทำให้ผู้รับการบำบัดได้สำรวจภายในจิตใจของตนเอง เปิดเผยตัวตน และสื่อสารผ่านงานศิลปะอย่างเป็นอิสระ กระบวนการบำบัดจะทำให้ความเครียด ความเศร้า หรือความเจ็บปวดบรรเทาลง เกิดความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง และเกิดการเติบโตทางความคิด อาจกล่าวได้ว่า ศิลปะบำบัดเป็นศาสตร์ด้านการบำบัดที่ก่อให้เกิดกระบวนการพัฒนาภายในตนเอง

“ศิลปะ” บำบัดได้อย่างไร


ศิลปะ เป็นมากกว่าลายเส้นและสีสันบนกระดาษ
ศิลปะ เป็นการให้ “มือ” และ “หัวใจ” ลงมือทำงานแทนสมอง
ศิลปะ เป็นการสื่อสารที่บอกเล่าเรื่องราวและตัวตนของผู้นั้นโดยไร้ตัวอักษร
ศิลปะ ทำให้ผู้คนเฝ้าสังเกตสีสันและเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว
ศิลปะ ทำให้ผู้คนมองเห็นความดี ความงดงาม และสัจธรรมของโลกใบนี้


...สุนทรียภาพ ความหวัง และพลังในชีวิตของผู้คนเกิดขึ้นได้ด้วย ศิลปะ...
...ศิลปะ จึงก้าวข้ามการเป็นเครื่องมือเพื่อการนันทนาการ สู่พื้นที่ของการบำบัด...

ทำความรู้จักกับศิลปะบำบัดในแนวทางมนุษยปรัชญา (Anthroposophical Art Therapy)


มนุษยปรัชญา (Anthroposophy) และการแพทย์มนุษยปรัชญา (Anthroposophic Medicine) โดย ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ (Dr.Rudolf Steiner) และดร.อีธา เวกมานน์ (Dr.Ita Wegman) เป็นศาสตร์ที่มีมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ.1921 ได้รับความนิยมแพร่หลายในทวีปยุโรป และผู้ที่นำการระบายสีมาใช้ในการบำบัด (artistic therapeutic works) โดยสัมพันธ์กับความรู้ด้านการแพทย์มนุษยปรัชญา คือ ดร.มากาเร็ธ เฮาสช์กา (Dr.Margarethe Hauschka) และจิตรกร ลีแอน โคลัวร์ เดอร์บัวร์ (Liane Collot D’Herbois)

การแพทย์มนุษยปรัชญากล่าวถึงธรรมชาติของมนุษย์ โดยมองภาพมนุษย์ว่าประกอบด้วยขั้วเย็น (Blue Pole) และขั้วร้อน (Red Pole) ของร่างกาย และกล่าวถึงการทำงานของ 3 ระบบ คือ ระบบประสาท (Nerve & Sense System) ระบบจังหวะ (Rhythmic System) และระบบเผาผลาญ (Metabolic & Limbs System) ผู้ที่มีสุขภาพดีในเชิงการแพทย์มนุษยปรัชญา คือ มีขั้วร้อนขั้วเย็น และการทำงานของ 3 ระบบนี้ที่สมดุลกัน หากระบบใดระบบหนึ่งบกพร่องไปก็จะทำให้เกิดวามเจ็บป่วยทางกายหรือทางจิตใจขึ้นได้

อาจกล่าวได้ว่า แนวทางของการแพทย์มนุษยปรัชญามีลักษณะใกล้เคียงกับการแพทย์เชิงบูรณาการ การแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีนที่มีการรักษาและฟื้นฟูสุขภาวะแบบองค์รวมเช่นกัน

ศิลปะบำบัดกับการฟื้นฟูสุขภาวะแบบองค์รวม


ศิลปะบำบัดในแนวทางมนุษยปรัชญาให้ความสำคัญกับ “กระบวนการ” ที่เกิดขึ้นระหว่างการบำบัด บทฝึกหัดการระบายสี วาดภาพ วาดลายเส้น และปั้นดินด้วยกระบวนการที่มีความงดงามปราณีตและความสงบ จะสร้างสุนทรียภาพให้เกิดขึ้นในตัวของผู้รับการบำบัด จุดประสงค์เพื่อนำพาผู้รับการบำบัดไปสู่ความสมดุลทางร่างกายและจิตใจ ส่งเสริมและฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย พลังชีวิต อารมณ์ความรู้สึก และบุคลิกภาพของผู้รับการบำบัดอย่างเป็นองค์รวม จนถึงยกระดับคุณค่าทางจิตวิญญาณโดยผ่านกระบวนการทำงานด้านศิลปะ

รายละเอียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องศิลปะบำบัด ตั้งแต่ท่าทางการนั่งที่เหมาะสม การจัดวางอุปกรณ์อย่างปราณีต การเลือกใช้สีโทนต่างๆ ขั้นตอนการระบายสี การปั้นดิน การลากเส้นรูปทรงแบบต่างๆนั้นสัมพันธ์กับการสร้างสุขภาวะที่ดีตามแนวทางการแพทย์มนุษยปรัชญา ตัวอย่างเช่น


การลากเส้นรูปทรง (Form Drawing)
ส่งเสริมกระบวนการทางความคิด (Thinking)และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท (Nerve & Sense System)
การระบายสี (Painting)
ส่งเสริมการแสดงออกทางความรู้สึก (Feeling) และฟื้นฟูระบบจังหวะ(Rhythmic System)
การปั้นดิน (Clay Modeling)
ส่งเสริมพลังการลงมือทำ (Willing) และกระตุ้นระบบเผาผลาญ (Metabolic & Limbs System)


การทำงานของนักศิลปะบำบัด (Art Therapist)

การทำศิลปะบำบัดแต่ละครั้งใช้เวลา 45-60 นาที ความถี่อยู่ที่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ นักศิลปะบำบัดเริ่มต้นชั่วโมงที่ 1 และ 2 ของการบำบัดโดยการให้ระบายสีอิสระ (Free Painting) และปั้นดินอิสระ (Free Clay) เพื่อวิเคราะห์บุคลิกภาพของผู้รับการบำบัดและประเมินอาการความผิดปกติที่เกิดขึ้น จากนั้น วางแผนการบำบัดโดยกำหนดเป้าหมายที่ต้องการและดำเนินการบำบัดผ่านกระบวนการทำงานด้านศิลปะ เช่น การระบายสีบำบัด การลากเส้นรูปทรงบำบัด การปั้นบำบัด เป็นต้น


เนื่องจากในทางมนุษยปรัชญา สี (Colors) วัสดุทางศิลปะ (Tools) และบทฝึกหัด (Exercises) ล้วนมีผลในเชิงบำบัด ดังนั้น ผู้รับการบำบัดแต่ละรายจึงได้รับบทฝึกหัดสีและชนิดอุปกรณ์ที่แตกต่างกันไปตามภาวะอาการเจ็บป่วยที่นักศิลปะบำบัด ได้ประเมิน โดยตลอดระยะเวลาของการบำบัด นักศิลปะบำบัดจะทำการสรุปสภาวะของผู้รับการบำบัด สิ่งที่สังเกตเห็น ประเมินพัฒนาการ และติดตามผลร่วมกับแพทย์เจ้าของไข้

ศิลปะบำบัดเหมาะกับใครบ้าง


ศิลปะบำบัดส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและอารมณ์ในเด็กและวัยรุ่น

  • • สร้างสมาธิ สามารถอยู่นิ่งและจดจ่อได้นานขึ้น
  • • เสริมสร้างประสาทสัมผัสทางการสัมผัส การเคลื่อนไหว ความสมดุล
  • • เสริมสร้างการใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบแบบแผน และเป็นกิจวัตร
  • • เสริมสร้างทักษะทางสังคม
  • • ปลูกฝังศีลธรรม ความอ่อนโยนต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์
  • • เสริมสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
  • • ส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตัวเอง

ศิลปะบำบัดส่งเสริมคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุ

  • • สร้างความผ่อนคลาย
  • • สร้างความเบิกบาน
  • • สร้างความรื่นรมย์และใกล้ชิดธรรมชาติ
  • • ฟื้นฟูพลังชีวิต
  • • ฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการสัมผัส การเคลื่อนไหว การมองเห็น ความสมดุล
  • • เสริมสร้างการใช้ชีวิตอย่างเป็นกิจวัตร


เหมาะสำหรับ

เด็กและวัยรุ่นที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ สมาธิสั้น ออทิสติก มีปัญหาการเข้าสังคม มีความก้าวร้าว ทะเลาะวิวาท มีปัญหาการควบคุมอารมณ์ มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ที่เก็บตัว ไม่เข้าสังคม หมดพลังในการดำเนินชีวิต ผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ที่มีอาการเกร็ง ชักกระตุก มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ

การบริการของโรงพยาบาล

การบริการทั้งหมด