ปรับตัวหลังแต่งงาน เรื่องที่บ่าวสาวทุกคู่ควรรู้ ให้รักนี้ยาวนาน


แพทย์หญิงวนัทดา ถมค้าพาณิชย์
จิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์


บ่าว – สาว ที่กำลังจะแต่งงานเริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หลายคนมีความกังวลซ่อนอยูในใจ กับเส้นทางชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มต้น สงสัยว่าต้อง ปรับตัวหลังแต่งงาน อย่างไรดี ครั้งนี้ แพรว wedding จึงเชิญ แพทย์หญิงวนัทดา ถมค้าพาณิชย์ จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักและชีวิตคู่ ประจำโรงพยาบาลมนารมย์ มาเป็นผู้ให้คำตอบ ปัญหาที่คู่แต่งงานใหม่มาพบจิตแพทย์ มักจะเกิดจากการที่แต่ละคนมี “ตัวตน” ของตนเองมากจนเกินไป ทำให้กระบวนการ ปรับตัวหลังแต่งงาน เป็นไปได้ยาก ซึ่งการแต่งงานกับใครสักคนนั้น มักจะมีสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบเกี่ยวกับเขาเสมอ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจอใครสักคนที่เราชอบทุกอย่าง ดังนั้นการที่เราพยายามทำความรู้จัก ยอมรับ และปรับตัวให้เข้ากับอีกฝ่ายนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เรามักเคยได้ยินว่า “พอหลังแต่งงาน เขาก็เปลี่ยนไป” มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเป็นเพราะยังไม่ได้รู้จักตัวตนของเขาดีพอ และเราอาจจะคาดหวังบางอย่างมากกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นก่อนที่จะแต่งงาน ก็ควรจะทำความเข้าใจซึ่งกันและกันให้ชัดเจนก่อน สิ่งแรกที่ควรทำความเข้าใจร่วมกันก็คือ “เป้าหมายและภาพของชีวิตคู่ที่เราจะใช้ไปด้วยกัน“ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการพูดคุยและตกลงระหว่างกันให้ชัดเจน เช่น บางคนอยากแยกออกมาเป็นครอบครัวเล็กๆ อยากจะมีลูกกี่คน ภรรยาอยากทำงาน ฯลฯ



ภาพในการใช้ชีวิตคู่ยังรวมไปถึงข้อตกลงพื้นฐาน เช่น “การที่ไปมีผู้หญิงอื่นนี่ไม่ OK นะ” ก็ควรจะต้องคุยกันให้เข้าใจก่อน เพราะวัฒนธรรมหรือการเติบโตมาของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ทำให้มีความคาดหวังที่ไม่ตรงกันในชีวิตแต่งงาน





การปรับตัวเข้าหากันหลังแต่งงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการแต่งงานคือการตกลงใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคน ซึ่งอาจจะต้องเสียสละบางอย่างไม่ว่าจะเป็นเวลา ความชอบส่วนตัว แต่ถ้าหากยังทำทุกอย่างเหมือนเดิมโดยไม่มีการปรับเข้ากัน ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาในชีวิตคู่ได้


การปรับตัวทำได้ด้วยการเปิดใจรับฟัง เป็นการทำความรู้จักและเรียนรู้อีกฝ่ายไปพร้อมๆ กัน หากพยายามปรับตัวเข้าหากันด้วยการมองว่าเหตุผลของใครดีกว่ากัน โดยไม่มีความเข้าใจกันก็ไม่ใช่ลักษณะของคนที่รักกันที่จะอยู่ร่วมกัน


การเปิดใจเข้าหาอีกฝ่ายนั้น ยังรวมถึงการทำความเข้าใจความแตกต่างของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ครอบครัว หรือตัวตนที่ไม่เหมือนกัน เรียนรู้ที่จะยอมรับอีกฝ่าย พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหาอีกฝ่ายหนึ่ง


การเรียนรู้และเปิดใจเข้าหากันจะต้องทำทั้งสองฝ่าย หากทำอยู่ฝ่ายเดียวจะทำให้ชีวิตคู่นั้นขาดสมดุลและเกิดปัญหาขึ้นในที่สุด ซึ่งการปรับตัวเข้าหากันนี้ควรทำด้วยความเต็มใจ บอกสิ่งที่ต้องการให้อีกฝ่ายฟัง แต่จะทำได้แค่ไหนนั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง


การมองเห็นส่วนที่อีกฝ่ายพยายามทำให้เรามากกว่าสิ่งที่เขาทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ จะช่วยให้ความรักยืนยาวขึ้นและเป็นแรงกระตุ้นทำให้เขาอยากทำอีก ในทางกลับกันหากเรามัวแต่คิดถึงสิ่งที่ทำไม่ได้ ก็จะทำให้เรามีแต่ความทุกข์ ในขณะที่อีกฝ่ายก็จะรู้สึกว่าทำหรือไม่ทำก็มีค่าเท่ากัน และจะเลิกทำในที่สุด สำหรับชีวิตคู่ หลายครั้งที่คู่แต่งงานใหม่ไม่ได้เตรียมใจเตรียมตัวพร้อมก่อนจะแต่งงาน ทำให้มีปัญหาต้องมาพบจิตแพทย์ โดยเฉพาะคนที่เข้าใจว่า “เดี๋ยวแต่งงานก็ดีเอง” “เดี๋ยวมีลูกก็ดีเอง” ก็มักจะต้องพบกับการผิดหวังเสมอ เพราะเป็นการคาดหวังอย่างเลื่อนลอย โดยปราศจากการยอมรับ และการปรับตัวเข้าหากัน การที่เราจะอยู่ร่วมกันหลังแต่งงานได้อย่างดีนั้น การมองค่าของความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่งและพร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องคิดเสมอว่า การที่เรามองแตกต่างนั้น ไม่ได้แปลว่าใครถูกหรือผิด มันอาจจะเป็นเพียงการมองกันคนละด้าน และความขัดแย้งก็ไม่ได้หมายถึงปัญหาเสมอไป การที่เราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้สึกกับอีกฝ่ายหนึ่งได้ และพร้อมที่จะพัฒนาความเป็น “เรา” ไปด้วยกัน จะทำให้ชีวิตคู่ยั่งยืนขึ้น หรือหากไม่แน่ใจว่าพร้อมจะแต่งงานแล้วจริงๆ ก็มีวิธีที่ทำให้เช็คได้จากความรู้สึกเหมือนกัน


ที่มา : www.praewwedding.com โดย แพทย์หญิงวนัทดา ถมค้าพาณิชย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์