อยู่อย่างไรกับความเครียด
 

คำถามที่ถูกถามอยู่เรื่อยๆ คือทำอย่างไรดีถึงจะหายเครียด หรือทำอย่างไรที่จะไม่ให้คิดมาก บางคนที่ถามก็อาจมีเรื่องราวเดือดร้อนใจ หรือกลุ้มใจอยู่เสมอก่อนแล้ว แต่บางคนก็ถาม
เพื่อเป็นข้อมูลที่เก็บเอาไวประดับความรู้ เพราะฉะนั้นคำตอบก็ย่อมแตกต่างกันไปแน่นอนทำนองว่าเรื่องของใครก็เป็นเรื่องของคนคนนั้น แต่อย่างไรก็ตามก็พอมีหลักฐานบางอย่างอยู่
บ้างที่พอจะช่วยให้เราเตรียมตัว หรือรับมือกับความเครียดหรือเรื่องกลุ้มใจได้ดีขึ้น

ก่อนพูดถึงแนวทางต่างๆ นันคงต้องขอบอกข้อมูลเพื่อจะได้เข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนเกียวกับเรื่องความเครียดก็คือ อย่างแรกความเครียดเกิดขึ้นกับคนเรได้อยู่เรื่อยๆไม่ว่าจะสุข
หรือทุกข์ที่รู้สึกกันได้บ่อยก็คือเรื่องที่ทำให้ทุกข์ แล้วเรื่องที่ดูเหมือนทำให้เรามีความสุขนั้นก็ทำให้เครียดได้เหมือนกัน อีกเรื่องหนึ่งคือหลายคนมักพูดเชิงถามว่าทำอย่างไรถึงไม่ให้คิด
หรือลืมเรื่องนั้นๆ ไปได้ เพราะคิดถึงทีไรก็ไม่สบายใจทีนั้น ความจริงแล้วสมองคนเราไม่เหมือนเทปทีลบข้อความหรือภาพบางอย่างที่เราไม่ต้องการได้ อย่างไรความจำก็ต้องมีอยู่
และเราก็ต้องมีชีวิตอยู่กับความจำนั้นให้ได้ถ้าต้องมีชีวิตอยู่ไปแล้วก็ต้องขมขื่นต่อไป เราคงต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวของเราเพื่อมี

ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ฟุ้งซ่าน แนวทางต่างๆ ต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยประคับประคองให้ใจเราลองพิจารณาดูนะครับ

- ตั้งสติกับตัวเองให้ได้ เวลาที่เราเกิดความเครียดหลายคนมักตั้งตัว ไม่ทันปล่อยใจไปกับสิ่งเหล่านั้น ผลที่เกิดขึ้นก็คือในสมองมีแต่ความวิตกกังวล บางคนเป็นมากจนถึงกับดึงความคิด
ของตัวเองกลับมาไม่ได้ จมอยู่กับความเครียดนั้นไม่มีสมาธิทำอะไร อันนี้คงต้องรีบบอกรีบเตือนตัวเอง ตั้งหลักตั้งใจกันใหม่ พยายามอย่าให้อารมณ์พาใจไปให้มากนัก การค่อยๆ คิด
ค่อยๆตั้งสติ กับตัวเองนั้นเป็นการค่อยๆ เริ่มเรียนรู้จักปัญหาที่มาของปัญหา และแนวทางที่เราใช้แก้ปัญหาได้ดีขึ้น

- อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด หลายครั้งที่ความเครียดเกิดจาก ความวิตกกังวลว่าอนาคตหรือวันต่อไปจะเป็นอย่างไร คิดว่าเรื่องแย่ๆ หรือไม่ดีคงต้องเกิดขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน สงบสติ
อารมณ์ของตนเองไม่ได้ นอนไม่หลับ ต้องรอจนเหตุการณ์มันผ่านไปเสียก่อน จึงค่อยสงบอารมณ์ลงได้ แต่ก็อีกไม่นานก็มีเรื่องใหม่ให้คิดตามมา เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าลอง
ทบทวนเหตุการณ์ที่เคยคิดมากๆ มักพบว่าสิ่งที่เคยคิดสิ่งที่เคยกังวลมักไม่ค่อยตรงกับเรื่องจริงๆ ที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ หรือถ้าตรงเราก็สามารถมีชิวิตยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวันนี้ (ไม่คิดมาก
ต่อไป อีกในวันข้างหน้า) เพราะฉะนั้นอย่างเปลืองพลังงานสมองให้กับเรื่องเหล่านี้เลย อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป อนาคตเป็นอย่างไรก็คงต้องปล่อยมันบ้าง รอให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ก่อน
แล้วค่อยว่ากันอีกที ทำวันนี้ตอนนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับปัจจุบันกับตัวเราให้มากที่สุดดีกว่าครับ อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปเสียบ้างมีหลายคนที่หมกมุ่นอยู่แต่กับอดีตกับเรื่องราว
ที่เกิดขึ้นไปแล้ว คิดไปคิดมาจนไม่มีสมาธิในการทำงานใจลอยหลงๆ ลืมๆ อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปหามันได้ ใช้มันเป็นบทเรียนที่มีค่าดีกว่า หรือถ้าไม่ดี
ีก็เสียเวลาอีกหน่อยเพื่อมาคิดว่าเพราะอะไรตอนนั้นเราถึงตัดสินใจทำแบบนั้นลงไปทำไปเพื่ออะไรแล้วผลตอบแทนที่ได้มันคุ้มกันหรือไม่ถ้าไม่คุ้มก็คงต้องเตือนตัวเองไว้ว่าครั้งต่อไป
จะตัดสินใจอย่างไร

- ยืดหยุ่นกับชีวิตตัวเองให้มากขึ้น คนเรามีความคาดหวังได้บ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับบางคนให้ความสำคัญกับความคาดหวังนั้นมากเป็นพิเศษ ความคาดหวังเป็นสิ่งที่ทำให้เรา
กระตือรือร้น มีกำลังใจทำสิ่งต่างๆ ได้ แต่การยึดติดอยู่กับความคาดหวังมากเกินไปเป็นตัวบั่นทอนสุขภาพจิตเราได้ง่ายๆ ชีวิตทุกคนมีสมหวัง ผิดหวังได้สลับกันไปมีได้อย่างหนึ่งก็มัก
ต้องเสียอย่างหนึ่งเผื่อใจไว้บ้างกับความผิดหวัง ลองคิดดูให้ดีสิครับความผิดหวังคงไม่ทำให้ถึงกับชีวิตดำเนินต่อไปไม่ได้หรอก เพียงแต่อาจรู้สึกแย่หรือเสียความรู้สึกบ้างเท่านั้นเอง

- ลดคำถามที่ขึ้นต้นกับตัวเองว่าทำไม ให้น้อยลงบ้าง เพราะส่วนใหญ่ยิ่งถามก็ยิ่งไม่มีคำตอบแล้วก็วกวนอยู่กับคำถามเหล่านี้ แล้วลองถามกับตัวเองว่าแล้วทำไมสิ่งต่างๆ ต้องเป็นแบบ
ที่เราต้องการด้วย อาจทำให้เข้าใจความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น

- มั่นใจตัวเองให้มากขึ้น บางคนค่อนข้างกลัวในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ค่อยกล้าทำอะไร กลัวว่าทำไปแล้วไม่ดี ไม่เป็นที่ถูกใจของคนอื่น หรือถ้าไม่ทำแล้วคนอื่นไม่สบายใจ แต่ถ้าทำไป
แล้วฝืนความรู้สึกของตนเอง บางคนกังวลว่าคนอื่นคิดอย่างไร ถ้าเราทำแบบนี้จนในที่สุดไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่อยากทำแล้วต้องมานั่งอยู่กับความเครียดของตัวเอง มั่นใจในตัวเองให้
มากขึ้นเถอะครับ ลดความรู้สึกอ่อนไหวกับคนรอบข้างให้น้อยลงแล้วทำในสิ่งที่อยากทำลงไปบ้าง ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเองหรือสังคมรอบข้างจริงๆ แล้วเรานั้น
คอยกลัวอยู่เรื่อยๆ ว่าคนกลัวต่อความคิดของเราเองทั้งสิ้น คิดเองแล้วก็กลัวเองอยู่คนเดียวเอาชนะใจตัวเองให้ได้ครับ แล้วหลายๆอย่างจะดีขึ้นตามมาอีกเรื่องหนึ่ง ที่คิดว่ามีความสำคัญ
ไม่น้อยไปกว่าที่กล่าวไปข้างต้น ก็คือการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ จิตใจที่แจ่มใสพร้อมเผชิญกับปัญหาต่างๆ นั้น มักอยุ่คู่กับร่างกายที่สมบูรณ์เป็นเสมือนภูมิต้านทาน
ให้แก่กัน การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เต็มที่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ ที่มีผลเสียหรือเป็นโทษต่อร่างกายเหล่านี้ช่วยให้สมบูรณ์
เป็นหลักที่มั่นคงสำหรับจิตใจ เพื่อเผชิญกับความเครียดในวันต่อไปข้างหน้าได้ครับทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ก็หวังว่าคงเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกๆ ท่าน ความจริงแล้วยังม
ีอีกหลายแนวทาง ที่ทำให้สุขภาพจิตนั้นดีขึ้นบางอย่างก็เหมาะกับคนบางคน บางคนก็รู้ดีอยู่ว่าอะไรคืออะไร แต่หักห้ามใจไม่ให้คิดไม่ได้ครับ ของอย่างนี้คงต้องใช้เวลากันบ้าง
ในการเปลี่ยนแปลงความคิดของเราเอง ขอให้ลองพยายามกันต่อไปครับ เพื่อความสุขในชีวิตของเรา