อาการสับสน ความลึกลับของสมอง
 
 

คู่มือสำหรับผู้มีอาการสับสน ประสาทหลอน หลงผิด
คลิกเพื่ออ่านบทความ..

        

        





        คู่มือนี้อธิบายถึงอาการที่พบได้ในคนที่เกิดอาการสับสน เริ่มไม่สามารถแยกแยะระหว่างความจริงและอาการ ประสาทหลอน เพื่อช่วยให้ผู้มีปัญหาได้มีความเข้าใจที่ดีขึ้นและรับ รู้ว่าหากมีอาการดังกล่าวต้องปรึกษาจิตแพทย์ด่วน

        อาการสับสน ประสาทหลอนหรือหลงผิด เป็นอาการที่มีความรุนแรงเพราะทำให้ผู้มีอาการรู้สึกว่าตนเองอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งไม่เหมือนผู้อื่น เป็นโลกส่วนตัว ลึกลับ ซับซ้อน หรือบางทีน่ากลัว เพราะประสบการณ์ที่มีเป็นอาการที่แปลกและนำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน อาการเหล่านี้อาจจะรุนแรงและเรื้อรังได้เป็นเวลานาน และถ้าเป็นนานก็อาจจะเป็น
อาการของโรคจิตเภท

        ถ้าผู้มีอาการปล่อยตัวเองให้อยู่ในความเจ็บป่วยนี้ ชีวิตของเขา บิดา มารดา ครอบครัว เพื่อนฝูงหรือผู้ที่ดูแลจะมีแต่ความลำบาก

        วัตถุประสงค์ของคู่มือนี้ ช่วยอธิบายให้ทุกท่านรับทราบว่า อาการต่าง ๆ เหล่านี้มีอะไรบ้าง
        ขณะนี้ทางการแพทย์ มีวิธีการักษาและช่วยท่านต่อสู้กับโรคนี้ บทความนี้เป็นเพียงคู่มือให้อ่านอย่างง่าย ๆ
        การเกิดอาการสับสน อาการหลอน ไม่อยู่ในความเป็นจริงจะเริ่มต้นอย่างช้าๆ และเงียบๆ โดยมีความรู้สึกแปลกๆ มีความคิดที่เกินจริงมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะแรกมีความรู้สึก สับสนมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว จะรู้แต่ว่ามีความรู้สึกผิดปกติ ผู้มีอาการจะคิดว่าคิดฟุ้งซ่านไปเอง และพยายามทำตัวปกติ แต่ต่อไปก็จะรู้สึกเครียดมากขึ้น เพราะรู้ว่ามีอะไรที่ผิดปกติ
เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุ


อาการเริ่มต้นระยะแรก อาการนำระยะแรก

        เมื่อเกิดอาการ ผู้มีอาการจะรู้สึกแปลกใจมาก อาการสับสนไม่อยู่ในความเป็นจริงจะทำให้ตนเอง ครอบครัว คนรอบข้างแปลกใจ และจะมีอาการหลาย ๆ อย่างทีละนิด แต่ท่านจะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะรู้สึกว่าใครก็เป็นแบบนี้ได้ เช่น

         อยากอยู่ในห้องคนเดียวมากกว่าไปเกี่ยวข้องกับคนอื่น
         มีอาการขี้ลืม เช่น เอาของไปไว้ที่ไหน
         ได้ยินหรือเห็นอะไรที่แปลกไป เห็นอะไรก็รู้สึกว่ารูปร่างเปลี่ยนจากเดิม
         ท่านเริ่มระแวงว่าคนอื่นกำลังพูดถึงตนเองอยู่และทุกอย่างที่เกิดคิดว่ามีความหมายพิเศษกับตัวเอง
         มีความคิดแปลก ๆ เช่น คิดว่าอ่านความคิดของคนอื่นได้ คิดว่าคนอื่นวางแผนที่จะจัดการตน
         บางครั้งพบว่า ไม่สามารถมีสมาธิ วอกแวก บางครั้งก็รู้สึกว่าแย่มาก เศร้าโดยที่ไม่มีสาเหตุ การทำอะไรสักอย่างก็ยากเหลือเกิน ต้องใช้ความพยายาม ไม่มีแรงจูงใจไม่ีมีพลัง บางทีก็รู้สึกว่าหงุดหงิดมาก ใคร ๆ ก็ทำให้หงุดหงิด ได้ทั้งนั้น
         มีปัญหาเรื่องการนอน กลางคืนนอนไม่หลับมักหลับตอนกลางวัน ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ข้อบังคับจนไม่สามารถไปโรงเรียนหรือทำงาน เพราะรู้สึกว่าทำอะไรไม่ทัน          ค่อย ๆ หมดความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ไม่อยากอาบน้ำหรือแต่งตัวให้ดูดี
         รู้สึกไวต่อโลกนี้จนแทบทนไม่ได้ รู้สึกว่าตัวเองเปราะบาง อยากเข้าไปซ่อนในโลกส่วนตัว แต่ก็กลัวความรู้สึก โดดเดี่ยว เพราะทุกอย่างแปลกไปหมด และตนเองก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ

        อาการที่เขียนมาทั้งหมดนี้เป็นอาการเริ่มต้นที่ช่วยเตือนว่า ท่านเริ่มมีอาการแล้วแต่ตัว โรคยังไม่เกิดขึ้นเมื่อท่าน มีอาการนำระยะแรกเช่นดังกล่าวนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ ต้องรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อขอความช่วยเหลือ