มีความสุขง่ายขึ้น ถ้าเปรียบเทียบน้อยลง

โดย นายแพทย์ไกรสิทธิ์  นฤขัตพิชัย
       จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์

สังคมโลกสมัยนี้ มีความเจริญก้าวหน้ากว่าสมัยก่อนอย่างมากในทุกๆด้าน ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี สามารถทำให้การดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้น มีรถยนต์ความเร็วสูงขึ้น มีเครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เครื่องดูดฝุ่น ทีวี โฮมเธียเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความสะดวกสบายทางกายเท่านั้น ไม่ได้รับประกันว่าคนในสมัยปัจจุบันจะมีความสุขทางใจมากกว่าคนในอดีต

     แนวทางการพัฒนาของประเทศต่างๆ ในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่จะมุ่งสู่ทุนนิยม ซึ่งจะเน้นเรื่องการตลาด กระตุ้นบริโภคนิยม วัตถุนิยม ปัญหาที่เกิดกับมนุษย์ อันเนื่องมาจากการมุ่งพัฒนาประเทศในทิศทางนี้ก็คือ ความทุกข์ของคนในสังคมที่เกิดจากความกดดันจากการแข่งขันตลอดชีวิต ตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะตั้งแต่ตั้งครรภ์แม่ก็ต้องแย่งคิวฝากท้องกับหมอที่มีชื่อเสียง ต้องรีบจองคิวเนอร์สเซอรี่หรือโรงเรียนอนุบาลชื่อดังตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องแม่ ยิ่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัย การแข่งขันยิ่งรุนแรง เด็กต้องเรียนกวดวิชาเตรียมสอบล่วงหน้ากันเป็นปีๆ จบออกมาก็ต้องมาแย่งหางานดีๆ กันทำอีก ต่อจากนั้นก็ยังคงต้องแข่งขันเปรียบเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันว่าใครจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่ากัน เร็วกว่ากัน ใครขับรถแพงกว่ากัน บ้านใครใหญ่กว่ากัน หรูกว่ากัน การเปรียบเทียบแข่งขันทั้งหมดนี้ถ้าจะว่าไปแล้วเป็นสิ่งที่มากเกินความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต แต่เป็นการตอบสนองทางด้านจิตใจมากกว่า  เพื่อให้ตนเองมั่นใจว่าชีวิตฉันมั่นคงกว่า ปลอดภัยกว่า ประสบความสำเร็จมากกว่า ฉันเก่งกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน ฉันใช้ได้ ฉันชนะ ฉันเหนือกว่าคนอื่นๆ

     มีคนจำนวนมากที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความสุขเพราะครอบครัวล้มเหลว ความสัมพันธ์ในบ้านมีปัญหา สามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก เข้ากันไม่ได้ ในบ้านมีแต่ความร้อนรุ่ม หาความสงบสุขไม่ได้ บางรายถึงมีเงินทองมากมายก็ยังไม่มีความสุข เพราะเฝ้ามองเปรียบเทียบกับเพื่อนที่รวยกว่า ต้องมีมากกว่าเขาถึงจะรู้สึกมีความสุข รู้สึกมั่นใจ รู้สึกว่าเหนือกว่า

     จะเห็นได้ว่าการที่คนเราไม่มีความสุข ต้องดิ้นรน แข่งขัน เปรียบเทียบกับคนอื่น ก็เพราะรู้สึกไม่มั่นใจว่าตัวเองมีมากพอ ดีพอ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ลึกอยู่ในระดับจิตใต้สำนึก การปรับเปลี่ยนแก้ไข ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ตราบใดที่ยังมีความรู้สึกเช่นนี้ก็ยังคงมีความรู้สึกว่าตัวเองขาดอยู่ ยังไม่รวย (ทั้งที่มีทรัพย์สินมากมาย) ยังไม่ปลอดภัย คนเหล่านี้มีความรู้สึกไม่มั่นคงจากภายในจิตใจ แต่จะหาวิธีแก้ไขให้เกิดความมั่นคงโดยอาศัยจากปัจจัยภายนอก ตั้งแต่ทรัพย์สิน เงินทอง ความสำเร็จ ชื่อเสียง การยอมรับจากบุคคลอื่น ซึ่งปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน อยู่นอกเหนือการควบคุมของแต่ละคน ดังนั้นถ้าการจะมีความสุขได้โดยต้องอาศัยสิ่งภายนอกเหล่านี้ ก็ต้องใช้กำลังอย่างมากในการ พยายามที่จะควบคุมสิ่งเหล่านี้ให้เป็นไปตามความต้องการของตนเองให้ได้ ซึ่งมีโอกาสผิดหวัง ล้มเหลวสูงมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่มีความแน่นอน ควบคุมไม่ได้

 

     ดังนั้นวิธีที่จะทำให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเกิดจากการจัดการภายในจิตของแต่ละคนมากกว่า ถ้าเราสามารถทำให้แต่ละคนรู้สึกว่าไม่มีใครในโลกนี้สมบูรณ์แบบ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ตัวฉันก็เช่นเดียวกัน มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่อย่างไรก็ตามฉันก็ยังเป็นคนที่ใช้ได้ มีคุณค่า มีประโยชน์ พยายามรักษาข้อดี และปรับปรุงข้อเสีย ลดจุดอ่อน ลดจุดบกพร่องลง และยอมรับตนเองในแบบที่ตนเองเป็น ไม่ต้องมีชีวิตแบบพยายามวิ่งหนีหรือกลบจุดอ่อน ปมด้อยตัวเอง ต้องเอาชนะคนอื่น นำหน้าคนอื่น อยู่เหนือผู้อื่น ความจำเป็นที่จะต้องไขว่คว้าหาความมั่นคงจากปัจจัยภายนอกก็น้อยลง ชีวิตก็จะเรียบง่ายขึ้น หาความสุขได้ง่ายขึ้น  ความต้องการแก่งแย่งแข่งขันก็น้อยลง มองโลกแง่บวกได้ง่ายขึ้น โกรธยากขึ้น ให้อภัยกันได้ง่ายขึ้น ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันง่ายขึ้น แต่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องการทั้งความรู้ ความเข้าใจ การฝึกฝนปฏิบัติการทบทวนเตือนสติตนเอง ความอดทน และความมุ่งมั่นอย่างสูงจึงจะสำเร็จ ถ้าทุกคนหันมาให้ความสนใจกับแนวทางนี้ ตั้งสติและทบทวนปฏิบัติได้ เชื่อว่าโลกใบนี้ก็จะกลับมาน่าอยู่เหมือนเดิมได้