เมื่อความอาย กลายเป็นความกลัว 2

ตอนที่แล้วได้นำเสนอปัญหาความอายของเด็ก ที่ต่อมาอาจกลายเป็นความกลัวที่จะเข้าสังคมไปแล้ว พร้อมทั้งวิธีการสังเกตอาการว่าจะเกิดปัญหากับบุตรหลานของท่านหรือไม่ ฉบับนี้จึงมาต่อกันในวิธีแก้ปัญหา

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เมื่อพบว่าลูกของท่านเป็นโรคกังวลต่อการเข้าสังคม หรือมีแนวโน้มควรปฏิบัติดังนี้

- สร้างโอกาสให้บุตรหลานของท่านได้ "ทดลอง" กับสังคมที่หลากหลาย อย่างเล่นกับเพื่อนๆ กลุ่มต่างๆ ไปงานวันเกิดเพื่อนๆ ญาติๆ เข้ากิจกรรมโรงเรียน แต่ไม่ควรผลักดันลูกไปเข้าสถานการณ์ใหญ่ๆ ยากๆ เช่น ประกวดร้องเพลง แข่งพูดโต้วาที เป็นต้น เพราะเด็กอาจล้มเหลว ได้รับแต่ประสบการณ์ที่แย่แทนที่จะรู้สึกว่าทำได้

- เวลาเห็นลูกทำท่าอึดอัดหรือตอบคนอื่นช้า อย่า "พูดแทน" ลูก เช่น เวลาสั่งอาหารช้าก็สั่งให้ หรือแย่งตอบคำถามที่ผู้ใหญ่คนอื่นถามให้แทน

- จูงใจให้รางวัลหากลูกกล้าพูด- ทำตัวเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นในสถานการณ์สังคมต่างๆ ว่าควรวางตัวอย่างไร

- กรุณาอย่าทำท่าทางเหนื่อยหน่าย "เบื่อ" หรือโมโห หากลูกไม่สามารถแสดงออกได้ดังใจของท่าน (จริงๆ เขาก็ผิดหวังตัวเองอยู่เยอะแล้ว) ควรแสดงความเข้าใจเขา และให้กำลังใจแนะนำให้ลองครั้งต่อไป

 

สำหรับคุณครูควรจะปฏิบัติต่อนักเรียนด้วย ดังนี้ 

- ลองเปลี่ยนบรรยากาศกฎเกณฑ์ให้ลูกศิษย์ที่กลัวการเข้าสังคมของคุณ ซึ่งอาจจะ "ช้า" หรือ "ลังเล" ให้มีโอกาสได้แสดงออกบ้าง ไม่ใช่เน้นแต่ "ความเร็ว" หรือ "ความเด่น"

- คุยกับเขาว่า เราพยายามสร้างโอกาสให้เขาได้แสดงออก ไม่ใช่ "แกล้ง" ทำให้เขาได้อาย

- แนะนำเขาว่าการได้พูดตอบแค่ "เบาๆ" ในห้องก็เพียงพอแล้วสำหรับการมีส่วนร่วมในช่วงแรกๆ เขาจะรู้สึกว่าการมีส่วนร่วมนั้น "ง่าย" ขึ้นเรื่อยๆ ในครั้งถัดมา

- อย่าระดมถามแต่เด็กที่กำลังฝึกคนนี้อยู่คนเดียว ควรกระจายถามเด็กคนอื่นๆ ให้เสมอๆ กันอย่างเป็นธรรมชาติ


สำหรับฉบับนี้คงทราบถึงสาเหตุและอาการ รวมถึงการสังเกตและข้อปฏิบัติสำหรับเด็กที่เป็นโรคกังวลต่อการเข้าสังคม แต่ในสัปดาห์หน้าจะมาต่อกันถึงวิธีการรักษาโดยจิตแพทย์ รวมถึงวิธีการฝึกทักษะการเข้าสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคกังวลต่อการเข้าสังคมอีกด้วย....